ประมาณมีนาคม-เมษายน 1997 (ไปเทียบ พ.ศ. เองละกัน)
ลูกหมูน้อยๆ ตัวนึงจะไปบินครั้งแรก เรียกได้ว่าไปหัดบินอะนะ
.
(พูดเหมือนเป็นแอร์เลย)
.
ตอนนั้นอยู่ประมาณ ม.2 จะขึ้น ม.3
ถึงอยู่โรงเรียนบ้านนอกแต่ภาษาปะกิดก็ปุ๊ดปิ๊ดปอไปได้พอรอด
เวลาก็ไม่ต้องปรับมาก เพระว่าห่างกันชั่วโมงเดียว บ้านเราสี่ทุ่ม ตรงนั้นห้าทุ่ม
ออสเตรเลีย ฝั่งตะวันตก ไปเมือง Rockingham
อยู่ใต้ Perth เมืองหลวงของรัฐนั้นมานิดนึง
ไปกะเพื่อนรวม5 คน แต่เขามี host family ให้ตั้ง3 บ้าน
(ที่จริงต้องเป็น 5 บ้าน แต่สองบ้านถอนตัวไปเพราะกลัวเด็กไทยถล่มบ้านมั้ง เหอๆ)
ไม่ใครก็ใครต้องอยู่คนเดียวล่ะวะงานนี้ ...โชคดีที่ไม่ใช่ชั้น ฮ่าๆ เหอๆ
ซวยนิดนึงที่ว่าเป็นโครงการของโรงเรียนจัดไป
แล้วบ้านที่ไปอยู่น่ะรับเด็กมาหลายเจเนอเรชั่นแล้ว
ทุกคนพอฟังไทยออก พูดได้นิ๊โหน่ย ถือว่าโชคดีหรือเปล่าเนี่ยตรู....
............อย่างนี้ไอก็นินทาพวกยูเป็นภาษาไทยไม่ได้สิว้อยย
.
บ้านนั้นติดชายทะเลด้วย แต่มีถนนกั้น หันหน้าออกไปชายหาด
ได้ยินครั้งแรก ....โอ... ฟังดูเหมือนรีสอร์ทเลย
จริงๆ ก็คนฐานะปานกลางล่ะ แถวนั้นคนธรรมดาบ้านติดชายหาดไม่เห็นมีอะไรแปลก
ถึงไม่ใช่เศรษฐีก็มีกันได้
มีพ่อ แม่ แล้วก็ลูกสาว ลูกชายอย่างละหนึ่ง แมวหนึ่งตัว ชื่อคุณ PJ
[ตอนนี้มาคิดได้ว่า ลูกชาย(หล่อด้วย) มีเมียแล้ว เสียดายหว่ะ เหอๆๆ]
ว่างๆ ทีนึงก็ชวนเพื่อนวิ่งเตาะแตะๆ ข้ามฝั่งถนน
ไปเล่นน้ำทะเลใสๆ ยังกะทะเลอันดามัน นั่งดูตะวันตกดิน
โอวว โรแมนติกสุดๆ เด็กไทยตัวดำๆ ไปตื่นทะเลสวยกันสองคน
.
ไอ้เรื่องอาหารการกิน เด็กไทยปนจีนนิดๆ ไปอยู่บ้านฝรั่งเต็มร้อย
.....ทำไงดีวะ ตรูไม่กินเนื้อวัวด้วยสิ
เพื่อนที่อยู่ด้วยมันเป็นอิสลาม ก็ไม่กินหมูเหมือนกัน
เขาจะหาว่าพวกเราดัดจริตหรือเปล่าเนี่ย
คนนึงกินนั่นไม่ได้ อีกคนกินนู่นไม่ได้ ทำอะไรให้มันกินกันดีวะ
สรุป เรากะเพื่อนต่างก็ได้ลิ้มลองของต้องห้ามกันไปคนละหลายครั้งแรกในชีวิต
.
โรงเรียนที่ไปอยู่ใกล้บ้านนิดเดียว ปั่นจักรยานกะเพื่อนไปก็ไม่ถึงห้านาที ไม่ก็เดินไป
จำไม่ได้แล้วว่าทำอย่างไหนบ่อยกว่ากัน
โรงเรียนที่ว่านั่นชื่อ Safety Bay Senior High School
ดูไปดูมามันก็โรงเรียนฝรั่งบ้านนอกดีๆ นี่เอง
เขาจัดbuddy ให้คนละ 1 คน เป็นสาวน้อยน่ารักสองคน
ชื่อ Shannon กะ Gabrielle (ลองคิดถึงเลข 0 กะเลข 1 ดูแล้วกัน)
โอ เพิ่งเคยเห็นฝรั่งเตี้ยเป็นครั้งแรกในชีวิต.... buddy อิชั้นเองล่ะ
ชื่อ Gabs (ชื่อยังกะผู้ชาย) ขนาดว่าตรูเตี้ยแล้วยังสูงกว่าเจ๊อีก
.
ก็เรียนกันไป รู้เรื่องมั่ง ไม่รู้เรื่องมั่ง ครูเขาก็ไม่ถือสาอะไรกะเด็กไทยบ้านนอกสองคน (มั้ง)
แต่จำได้ว่าคาบ Geog. ทีไร หนูเครนั่งสัปหงกหัวโขกโต๊ะทุกที
...(แล้วยังกระแดะไปนั่งหน้าอีกนะแก)...
เพิ่งรู้ว่าไม่ใช่เฉพาะเด็กไทยที่แย่งกันนั่งหลังห้อง เด็กฝรั่งก็เป็น
ไม่เคยแย่งที่หลังห้องทันพวกมันซักที
พอจะปิดเทอม (เรียนเดือนนึง เที่ยวอีกครี่งเดือน) ก็มีปาร์ตี้โดนัทกันที่โรงเรียน
พอดีที่บ้านเปิดร้านโดนัท ก็เป็นสปอนเซอร์โดนัทฟรีให้ซะเลย
หุ หุ สด ใหม่ อร่อยกว่าดันกิ้นเมืองไทยอีก
.
ไปออสเตรเลียก็ต้องได้เห็นหมีแพนด้า... เอ๊ย หมีโคอาล่า
ถ้าออสเตรเลียตะวันตกก็ต้องมีหงส์ดำด้วย
.....หลงนึกว่าจะได้อุ้มโคอาล่าตัวนุ่มนิ่มขนฟูๆน่าฟัดน่ากอดเต็มที่......
แต่ก็ได้ความรู้ใหม่มาว่าโคอาล่าติดเชื้อง่ายมาก
ถ้าจะอุ้มต้องเอาแอลกอฮอล์เช็ดตัวให้สะอาด (เรียกว่าเอามาอาบเลยก็ยังได้)
แต่ต้องเสียตังค่าอุ้มอีกต่างหาก สวนสัตว์ส่วนใหญ่ก็จะไม่ให้อุ้ม
ที่ไปนั่นก็มีเจ้าหน้าที่ใส่ผ้ากันเปื้อน อุ้มโคอาล่าให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป
สงสารหมีเหมือนกัน ดูหน้าตาท่าทางแล้วมันคงเมื่อยน่าดู
ต้องเก๊กหน้าน่ารักถ่ายรูปกะคนตั้งหลายชั่วโมง อยากเกิดมาหายากทำไมอะ
ยังมีจิงโจ้อีกอย่าง ลืมไป ตรงที่ไปนั่นเขาจะกักไว้ในรั้วบ้าง ปล่อยบ้าง
บางตัวก็เชื่องมาให้ถ่ายรูปใกล้ๆ แต่จิงโจ้จะไม่ชอบให้ใครลูบหลัง โดดหนีทันที
แล้วมันจะมีสัตว์อีกตัวประเภทนึงเรียกว่าตัว wombat
ดูไปดูมาเหมือนจิงโจ้ย่อส่วน โอ้...ที่ออสเตรเลียมีจิงโจ้ตัวเท่าแมวด้วย
.
ดูไปดูมาจิงโจ้ก็เหมือนหมาจรจัดบ้านเรา ห้ามให้อาหาร
แต่ก็ยังมีคนใจบุญแอบให้หนมปัง แล้วมันก็แอบกินด้วยสิ
.
อีกทริปนึงที่ไปเที่ยวเขาก็ให้เลือกว่าจะไปเหมืองทองคำ
หรือว่าจะไป Underwater World
ด้วยความไม่ค่อยจะงกของเด็กไทยห้าคน
เลยมีมติเป็นเอกฉันท์เลือกไปเหมืองทองกัน
ด้วยเหตุผลว่ามันมีทองให้ร่อนฟรี ใครร่อนได้กี่ก้อนก็เอากลับไปเลย
......ดูท่าคงจะร้อนเหมือนกันหว่ะ แต่เอาวะ เพื่อทอง
ร่อนไปได้คนละสองชั่วโมง เครจังได้ทองสีตุ่นๆ กลับมาสองเม็ดเล็กๆ
เพื่อนๆ ที่เหลือก็ได้มาประมาณเดียวกันแหละ
รูปก็ไม่ค่อยมีที่ให้ถ่าย เมื่อยก็เมื่อย ร้อนก็ร้อน
ถ้าไม่มีทองมันก็เหมืองแร่ธรรมดาๆ นั่นเอง รู้งี้ไปดูปลาดีกว่า
...การไปเที่ยวครั้งนั้นสอนให้รู้ว่า
ความงกเป็นสาเหตุเริ่มแรกของความลำบากลำบน เฮ้อ..-.-'
.
แล้วพอหมดเดือนครึ่งที่นานเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ เครจังก็ได้ฤกษ์กลับบ้านเสียที
ตอนแรกมาก็คิดถึงบ้าน ขนาดเห็นแผนที่ประเทศไทยยังน้ำตาซึม
แต่ทำไมเวลากลับก็ไม่อยากขึ้นเครื่องกลับบ้านกันซะงั้น
อยากกลับไปหาเหมือนกัน
ถ้ากลับไปอีกพ่อกะแม่จะจำเครได้มั้ยคะเนี่ย เครโตแล้วนาาา
.
มีรูปมาฝากกันด้วย เป็นภาพสแกนจากกล้องปัญญาอ่อน
สมัยนั้นกล้องดิจิตอลเป็นของหายาก เดี๋ยวสแกนแล้วจะเอามาโพสต์ให้ดูกัน